รู้ไหมครับว่าในงานพิธีหลายวัน ดอกไม้ประดับเมรุ ส่วนใหญ่จะเริ่มเหี่ยวตั้งแต่วันที่สอง โดยเฉพาะถ้าวันงานอยู่ในช่วงหน้าร้อนหรือมีลมแอร์เป่าตรงๆ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเพราะดอกไม่สด แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมในงาน ความร้อน ลม น้ำที่ไม่พอ และแสงไฟร้อน ซึ่งทุกข้อสามารถจัดการได้ถ้ารู้เทคนิค ผมในฐานะคนที่ดูแลงานมาเป็นพันงาน อยากเล่าทริกที่ใช้จริง พิสูจน์แล้วว่าได้ผล มาแบ่งปันให้ครอบครัวที่กำลังเตรียมจัดงาน
ทุกอย่างที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ทำได้เองที่หน้างาน ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แค่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ก็ทำให้ดอกอยู่ทนได้ตลอดงาน
เคล็ดลับการดูแลดอกไม้ในงานเมรุให้สดตลอดพิธี
เริ่มจากเรื่องน้ำก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ผมมักย้ำกับลูกค้าว่าต้องเช็กระดับน้ำในซุ้มดอกอย่างน้อยวันละสองครั้ง เพราะโฟมจัดดอกหรือ floral foam จะดูดน้ำตลอดเวลา และในห้องที่มีแอร์ น้ำระเหยเร็วกว่าที่คิด ถ้าโฟมแห้ง ดอกจะเหี่ยวภายใน 4-6 ชั่วโมง การเติมน้ำให้พอดีจึงเป็นเรื่องที่ห้ามพลาด
ใช้น้ำเย็นไม่ใช่น้ำอุ่น
หลายคนชอบใช้น้ำในห้องน้ำที่อุ่นกว่าอุณหภูมิห้อง แต่ผมแนะนำว่าน้ำเย็นจะช่วยให้ดอกสดได้นานกว่า เพราะลดอัตราการเผาผลาญในก้านดอก ดอกจึงไม่เหี่ยวเร็ว
บริการพวงหรีดดอกไม้สด
หลีกเลี่ยงลมแอร์โดยตรง
ตำแหน่งของซุ้มดอกควรอยู่ห่างจากแอร์อย่างน้อยสองเมตร เพราะลมเย็นที่เป่าตรงๆ ทำให้กลีบสูญเสียความชื้นเร็วมาก ผมเคยเห็นงานที่ดอกเหี่ยวภายในวันเดียวเพราะวางซุ้มหน้าทางลมแอร์เลย แค่ขยับตำแหน่งห่างไปอีกเมตรเดียว ผลลัพธ์ก็ต่างกันสิ้นเชิง
อีกเรื่องที่ผมแนะนำเสมอคือเช็กว่ามีดอกไหนเริ่มเหี่ยวก่อนทุกคืน ถ้าเจอดอกที่ใกล้เหี่ยว ให้ดึงออกแล้วแทนที่ด้วยดอกใหม่ การปล่อยดอกเหี่ยวค้างไว้ในซุ้มจะปล่อยก๊าซ ethylene ออกมา ซึ่งกระตุ้นให้ดอกข้างๆ เหี่ยวตามไปด้วย ผมเรียกสิ่งนี้ว่าเอฟเฟกต์ลูกโซ่ ที่หลายคนไม่รู้ ใครที่อยากดูเทคนิคจัด ดอกไม้ประดับเมรุที่อยู่ทนตลอด 7 วัน สามารถดูตัวอย่างผลงานเราเพื่อเป็นแนวทางได้
ปัจจัยสภาพแวดล้อมที่ทำให้เหี่ยวเร็ว
อุณหภูมิเป็นศัตรูตัวฉกาจของดอกไม้ในงาน ถ้าห้องพิธีมีอุณหภูมิเกิน 28 องศา ดอกจะเริ่มเหี่ยวภายใน 12 ชั่วโมง วิธีแก้คือเปิดแอร์ตั้งแต่ก่อนงานเริ่ม ให้ห้องเย็นลงประมาณ 22-24 องศา ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่ดอกอยู่ทนที่สุด แต่อย่าให้ลมแอร์เป่าตรงดอกอย่างที่ผมเล่าไป
บริการพวงหรีดพัดลม
แสงไฟก็เป็นอีกเรื่องที่หลายคนมองข้าม โคมไฟส่องเฉพาะจุดประเภทฮาโลเจนหรือสปอตไลท์เก่าจะปล่อยความร้อนสูงมาก ทำให้ดอกแห้งเร็ว ทุกวันนี้ผมแนะนำให้ใช้ไฟ LED ทั้งหมด เพราะให้แสงสว่างเท่ากันแต่ความร้อนต่ำกว่ามาก ในงานที่ผมดูแลเอง ผมจะคุยกับวัดหรือสถานที่จัดงานก่อนล่วงหน้าเพื่อเปลี่ยนหลอดไฟให้
ส่วนเรื่องการสัญจรของผู้คนรอบซุ้ม ก็มีผลเหมือนกัน ทุกครั้งที่คนเดินใกล้ๆ จะมีลมตามตัวที่พัดดอก กลีบที่ถูกพัดบ่อยๆ จะช้ำเร็ว สีจะเริ่มเหลือง ผมแนะนำให้กั้นพื้นที่รอบซุ้มประมาณ 50 เซนติเมตรเป็นบัฟเฟอร์ จะช่วยได้มาก โดยใช้แท่นเล็กๆ กั้นแบบไม่เกะกะตา
ความชื้นในห้องก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผมอยากเน้น ห้องที่แห้งเกินไปจากแอร์เปิดต่อเนื่อง จะดูดความชื้นจากดอกอย่างช้าๆ ทำให้กลีบเริ่มกรอบ วิธีแก้ง่ายๆ คือวางถาดน้ำใต้ซุ้มหรือฉีดน้ำสเปรย์ฝอยๆ ที่อากาศรอบดอกทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่ใช่ฉีดที่กลีบดอกตรงๆ ใครสนใจคำแนะนำเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถดูเทคนิคเตรียมสถานที่สำหรับดอกไม้ประดับเมรุเป็นแนวทางก่อนวันงานได้
จัดดอกไม้หน้าเมรุ แบบจีน ดอกไหนเหมาะ ต่างจากแบบไทยอย่างไร ส่งด่วน
วิธีฟื้นดอกที่เริ่มเหี่ยว
บางครั้งแม้จะดูแลอย่างดี ดอกบางก้านก็เหี่ยวก่อนเวลา ไม่ต้องตกใจครับ มีวิธีฟื้นได้ ถ้าดอกเริ่มหุบกลีบเล็กน้อย ให้ดึงออกจากซุ้ม ตัดปลายก้านเฉียง 45 องศา ใหม่ แล้วแช่ในน้ำเย็นจัด 15-20 นาที กลีบจะคืนรูปได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะดอกกุหลาบและลิลลี่
ถ้าเป็นดอกที่เหี่ยวมากแล้ว เช่น กลีบเริ่มเปลี่ยนสี วิธีฟื้นคืนยากขึ้นมาก แนะนำให้ดึงออกแล้วเปลี่ยนเลย เพราะถ้าฝืนใส่กลับไป จะทำให้ดอกข้างๆ เหี่ยวตามที่ผมเล่าเรื่อง ethylene ไปแล้ว ผมเองมักจะเตรียมดอกสำรองไว้ราว 15-20% ของจำนวนทั้งหมด เผื่อต้องเปลี่ยนระหว่างงาน เป็นเทคนิคที่ครอบครัวควรพูดคุยกับร้านล่วงหน้า
อีกเทคนิคที่ผมใช้บ่อยคือสเปรย์ใบไม้ ในขวดที่มีน้ำเย็นผสมน้ำตาลทรายเล็กน้อย พ่นบางๆ ที่ใบดอกตอนเช้าทุกวัน จะช่วยให้ใบดูเขียวสดและกลีบมีน้ำหล่อเลี้ยง น้ำตาลทำหน้าที่เหมือนสารอาหารชั่วคราว ทำให้ดอกอยู่ทนได้อีก 1-2 วัน ลองใช้ดูครับ ได้ผลจริง
จัดดอกไม้หน้าเมรุ สมเกียรติพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่จากไป
สำหรับดอกไม้ที่อยู่ในแจกันแยก เช่น แจกันบูชาหน้าเมรุ ควรเปลี่ยนน้ำทุก 24 ชั่วโมง ตัดปลายก้านใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำ และล้างแจกันให้สะอาดเพื่อกำจัดแบคทีเรียที่ทำให้น้ำเน่า ใครที่ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม ทีมดอกไม้เมรุ ของ Aorest พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการดูแลตลอดงาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลดอกไม้ประดับเมรุ
ดอกไม้ประดับเมรุชนิดไหนเหี่ยวเร็วที่สุด
ดอกที่เหี่ยวเร็วที่สุดคือดอกกล้วยไม้แวนด้า ดอกกุหลาบบางสายพันธุ์ และดอกเดซี่ ส่วนดอกที่อยู่ทนที่สุดคือดอกเบญจมาศ ไฮเดรนเยีย และคาร์เนชัน ดังนั้นถ้างานยาวหลายวัน ผมแนะนำให้เน้นดอกที่อยู่ทนเป็นหลัก แล้วใช้ดอกที่เหี่ยวเร็วเป็นตัวเสริม เพื่อจะได้เปลี่ยนเฉพาะส่วนนั้นได้สะดวก
ควรเช็กน้ำในโฟมจัดดอกบ่อยแค่ไหน
วันละ 2-3 ครั้งเป็นอย่างน้อย โดยเช้า กลางวัน และก่อนเริ่มพิธีตอนเย็น ถ้าห้องเย็นและไม่มีลมแอร์เป่า อาจจะเช็กแค่ 2 ครั้งก็พอ แต่ถ้าห้องอุ่นหรือมีคนสัญจรเยอะ ควรเช็กบ่อยกว่านั้น เทคนิคของผมคือเตรียมขวดน้ำพร้อมหลอดยาวไว้เติม จะได้ไม่ต้องขยับซุ้ม
ใส่น้ำตาลในน้ำดอกดีจริงไหม
ดีจริงครับ น้ำตาลทรายเล็กน้อยช่วยให้ดอกอยู่ได้นานขึ้นเพราะเป็นแหล่งพลังงาน ผมแนะนำสัดส่วนประมาณ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ลิตร ถ้าใส่เยอะเกินจะทำให้น้ำเน่าและแบคทีเรียโต ทำให้ก้านดอกเสียเร็วกว่าเดิม จึงควรใส่พอประมาณและเปลี่ยนน้ำเป็นประจำ
ลมแอร์มีผลแค่ไหนกับดอกไม้ประดับเมรุ
ลมแอร์มีผลมาก ผมเคยจัดงานสองงานในวันเดียวกัน งานหนึ่งวางซุ้มหน้าแอร์ตรงๆ อีกงานวางห่างไปสามเมตร ผลคืองานแรกดอกเหี่ยวภายใน 18 ชั่วโมง ส่วนงานที่สองดอกอยู่ครบ 5 วัน นี่คือความแตกต่างที่ตำแหน่งเดียวสร้างได้ ครอบครัวจึงควรเลือกตำแหน่งซุ้มอย่างรอบคอบ
ฉีดน้ำที่กลีบดอกเลยได้ไหม
ไม่แนะนำให้ฉีดที่กลีบโดยตรง เพราะน้ำที่ค้างบนกลีบทำให้เกิดจุดน้ำตาลและทำให้กลีบเสียไว ผมแนะนำให้ฉีดที่อากาศรอบๆ ซุ้ม เพื่อเพิ่มความชื้นในบรรยากาศ ส่วนใบไม้สามารถฉีดเบาๆ ได้ จะช่วยให้ใบดูสดและไม่กรอบเร็ว
ถ้างานยาว 7 วัน ต้องเปลี่ยนดอกกี่ครั้ง
ขึ้นกับชนิดดอกที่ใช้ ถ้าใช้ดอกทนเช่นเบญจมาศกับไฮเดรนเยียเป็นหลัก อาจจะเปลี่ยนแค่ครั้งเดียวประมาณวันที่ 4 หรือ 5 แต่ถ้าใช้ดอกที่เหี่ยวเร็วเช่นกุหลาบหรือลิลลี่ อาจต้องเปลี่ยนวันที่ 3 และอีกครั้งวันที่ 6 ดังนั้นการวางแผนเลือกดอกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมากที่จะกำหนดงบและความสะดวก
Post Views: 22