พิธีงานศพ ขั้นตอนครบจบในบทความเดียว
เรื่องของพิธีงานศพเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องพบเจอสักวัน ผมทำงานอยู่ในวงการดอกไม้งานศพมากว่า 15 ปี ได้เห็นงานศพมานับไม่ถ้วน สิ่งที่ผมสังเกตคือหลายครอบครัว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มักจะงงงวยเมื่อต้องเป็นเจ้าภาพงานศพเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร วันนี้ผมจะรวบรวมทุกขั้นตอนของพิธีงานศพไว้ในบทความเดียว จากสิ่งที่ผมเห็นมาจริงๆ ไม่ได้คัดลอกจากตำรา เพื่อให้ท่านได้ใช้เป็นแนวทาง
เมื่อมีคนเสียชีวิต สิ่งแรกที่ต้องทำในพิธีงานศพ
ช่วงเวลาแรกหลังจากมีคนเสียชีวิตเป็นช่วงที่วุ่นวายที่สุด ผมเคยมีลูกค้าท่านหนึ่งโทรมาสั่งพวงหรีดตอนตีสอง น้ำเสียงสั่นเครือ บอกว่า “พี่วิทยา คุณพ่อเพิ่งจากไปเมื่อกี้ ไม่รู้จะทำยังไงดี” ผมก็ต้องใจเย็นช่วยแนะนำทีละขั้นตอน
สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อมีคนเสียชีวิตคือติดต่อแพทย์เพื่อออกใบมรณบัตร ถ้าเสียชีวิตในโรงพยาบาลก็ไม่ยุ่งยาก โรงพยาบาลจะจัดการให้ แต่ถ้าเสียชีวิตที่บ้านหรือนอกโรงพยาบาล ต้องแจ้งตำรวจท้องที่เพื่อทำบันทึกประจำวัน แล้วจึงนำศพไปโรงพยาบาลเพื่อออกหนังสือรับรองการตาย จากนั้นก็ไปแจ้งตายที่สำนักงานเขตหรืออำเภอภายใน 24 ชั่วโมง
ถัดมาคือการติดต่อวัดเพื่อจองศาลา ตรงนี้ผมแนะนำให้โทรจองเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะวัดดังๆ ในกรุงเทพฯ ศาลาเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะวัดธาตุทอง วัดมกุฏกษัตริยาราม วัดเทพศิรินทร์ บางทีต้องรอคิวเป็นสัปดาห์ ถ้าเป็นวัดในต่างจังหวัดก็อาจจะง่ายกว่า แต่ก็ควรโทรจองไว้ก่อนเสมอ
การจัดเตรียมสถานที่สำหรับพิธีงานศพ
เมื่อได้ศาลาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดเตรียมสถานที่ ซึ่งรวมถึงการสั่งดอกไม้หน้าเมรุและดอกไม้ประดับศาลา ตรงนี้ผมจะแนะนำจากประสบการณ์ว่า ไม่ต้องรอจนนาทีสุดท้ายค่อยสั่งดอกไม้ เพราะช่างดอกไม้ต้องใช้เวลาจัดเตรียม โดยเฉพาะดอกไม้หน้าเมรุแบบชุดที่ต้องจัดตั้งแต่เช้าวันงาน
รับจัดพวงหรีดดอกไม้สด
สำหรับงานสวดคืนแรก สิ่งที่ต้องเตรียมคือโลงศพ ดอกไม้ประดับโลง น้ำมนต์ เครื่องสังฆทาน ชุดสังฆทาน ผ้าไตรจีวร และอาหารสำหรับเลี้ยงพระ ฟังดูเยอะ แต่ปัจจุบันวัดส่วนใหญ่มีบริการจัดชุดสังฆทานและอาหารให้ เจ้าภาพแค่บอกจำนวนพระที่ต้องการนิมนต์ก็พอ โดยทั่วไปนิมนต์ 4 รูป แต่งานใหญ่อาจนิมนต์ 7 หรือ 10 รูป
เรื่องที่คนมักลืมคือการจัดเตรียมที่รับแขก ควรมีน้ำดื่ม ขนม หรืออาหารว่างไว้รับรองแขกที่มาร่วมงาน สมัยก่อนเจ้าภาพต้องจัดเองทุกอย่าง แต่เดี๋ยวนี้มีบริการจัดเลี้ยงงานศพโดยเฉพาะ สะดวกมากขึ้น
พวงหรีดผ้า ส่งด่วน
พิธีสวดพระอภิธรรม ในพิธีงานศพ
พิธีสวดพระอภิธรรมเป็นหัวใจหลักของพิธีงานศพแบบพุทธ โดยทั่วไปจะสวด 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าภาพและฤกษ์ยามในการฌาปนกิจ ผมเห็นว่าปัจจุบันงานส่วนใหญ่นิยมสวด 3 คืนเพราะสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า
ในแต่ละคืนของการสวดพระอภิธรรม จะเริ่มราวๆ 19:00 น. ถึง 20:00 น. โดยพระสงฆ์จะสวดพระอภิธรรมซึ่งเป็นหนึ่งในพระไตรปิฎก เนื้อหาเกี่ยวกับธรรมะชั้นสูง เมื่อสวดเสร็จเจ้าภาพก็ถวายเครื่องไทยธรรมและจตุปัจจัยแก่พระสงฆ์ จากนั้นก็เป็นช่วงที่แขกมาร่วมงานวางดอกไม้จันทน์ แสดงความเสียใจกับเจ้าภาพ
ผมสังเกตว่าแขกที่มาร่วมงานสมัยนี้มักจะส่งพวงหรีดมาแทนการมาด้วยตัวเอง โดยเฉพาะพวงหรีดจากองค์กรหรือบริษัท ที่ Aorest เราจัดส่งพวงหรีดถึงศาลาวัดได้ภายในวันเดียวกัน ราคาเริ่มต้น 1,300 บาท ถ้าสั่งก่อนเที่ยงก็ส่งถึงทันงานสวดคืนนั้นเลย
วันฌาปนกิจ ขั้นตอนสุดท้ายของพิธีงานศพ
วันฌาปนกิจหรือวันเผาเป็นวันสำคัญที่สุดของพิธีงานศพ เป็นวันที่ต้องเตรียมการมากที่สุดและเป็นวันที่มีผู้มาร่วมงานมากที่สุดด้วย
จัดดอกไม้หน้าเมรุ แบบจีน ดอกไหนเหมาะ ต่างจากแบบไทยอย่างไร
ช่วงเช้าของวันฌาปนกิจ จะมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระเช้า นิมนต์พระ 10 รูปมาเจริญพระพุทธมนต์และรับอาหารบิณฑบาต จากนั้นในช่วงบ่ายจะเป็นพิธีฌาปนกิจ ซึ่งมักจะเริ่มราว 15:00 – 17:00 น. ขึ้นอยู่กับแต่ละวัดและฤกษ์ที่กำหนดไว้
ก่อนถึงเวลาเผา จะมีพิธีทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์จะพิจารณาผ้าบังสุกุลที่วางทอดไว้บนโลงศพ จากนั้นเจ้าภาพและแขกจะทยอยวางดอกไม้จันทน์ เริ่มจากประธานในพิธี ผู้อาวุโส จนถึงแขกทั่วไป เมื่อทุกคนวางดอกไม้จันทน์เสร็จ ก็จะเป็นขั้นตอนการจุดไฟ
ดอกไม้หน้าเมรุจะถูกจัดตั้งในช่วงเช้าของวันฌาปนกิจ ช่างดอกไม้จะมาจัดตั้งแต่เช้ามืดเพื่อให้เสร็จทันก่อนแขกมาถึง ราคาดอกไม้หน้าเมรุแบบเดี่ยวเริ่มต้นที่ 3,500 บาท ส่วนแบบชุดเริ่มต้นที่ 8,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของการจัด
ค่าใช้จ่ายโดยรวมของพิธีงานศพ
คำถามที่ลูกค้าถามผมบ่อยมากคือ “ค่างานศพประมาณเท่าไหร่” คำตอบคือขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งวัดที่เลือก จำนวนวันสวด ประเภทโลงศพ และดอกไม้ที่ใช้ แต่ผมจะให้ภาพรวมคร่าวๆ
สั่งจัดดอกไม้หน้าเมรุ สมเกียรติพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่จากไป ราคาถูก
สำหรับงานศพที่ไม่หรูหรามากแต่เรียบร้อย สวด 3 คืน ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท ถ้าเป็นงานขนาดกลางก็ประมาณ 150,000 – 300,000 บาท ส่วนงานใหญ่ก็ 300,000 บาทขึ้นไป ตัวเลขเหล่านี้รวมทุกอย่างทั้งค่าวัด ค่าโลง ค่าพระ ค่าอาหาร และค่าดอกไม้
ในส่วนของดอกไม้ ซึ่งเป็นส่วนที่ผมถนัดที่สุด ค่าดอกไม้ทั้งงานรวมกันมักจะอยู่ที่ 10-20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประกอบด้วยค่าดอกไม้ประดับศาลา ดอกไม้หน้าเมรุ และดอกไม้จันทน์ ส่วนพวงหรีดนั้นโดยมากจะเป็นค่าใช้จ่ายของแขกที่มาร่วมงาน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของเจ้าภาพ
เรื่องที่คนมักไม่รู้เกี่ยวกับพิธีงานศพ
จากประสบการณ์ 15 ปี มีหลายเรื่องที่ผมอยากบอก เพราะเป็นสิ่งที่หนังสือหรือเว็บไซต์ทั่วไปไม่ค่อยพูดถึง
เรื่องแรกคือ ไม่ต้องกลัวที่จะต่อรองราคากับวัด สำนักงานวัดทุกแห่งมีรายการราคาค่าบริการต่างๆ ชัดเจน ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจก็ถามได้ บางครั้งมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นสำหรับทุกงาน เจ้าภาพมีสิทธิ์เลือกว่าต้องการบริการอะไรบ้าง
เรื่องที่สองคือ ควรมอบหมายหน้าที่ให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทช่วยดูแลเรื่องต่างๆ เจ้าภาพหลักไม่ควรรับภาระทุกอย่างคนเดียว ให้คนหนึ่งดูแลเรื่องอาหาร อีกคนดูแลเรื่องรับแขก อีกคนดูแลเรื่องติดต่อประสานงาน แบบนี้จะช่วยให้งานราบรื่นขึ้น
เรื่องที่สามคือ เจ้าภาพไม่จำเป็นต้องร้องไห้หรือแสดงความเศร้าตลอดเวลา ผมเห็นเจ้าภาพหลายท่านที่ยิ้มรับแขกด้วยความขอบคุณ มีเรื่องเล่าสนุกๆ เกี่ยวกับผู้เสียชีวิตให้แขกฟัง บรรยากาศงานก็อบอุ่นและน่ารัก ผมว่าแบบนั้นก็เป็นการส่งผู้จากไปที่สวยงาม
การแต่งกายไปงานศพ
เรื่องการแต่งกายก็เป็นคำถามยอดฮิตเลย สำหรับพิธีงานศพแบบพุทธในไทย การแต่งกายที่ถูกต้องคือชุดสีดำหรือสีขาว ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตขาวหรือดำกับกางเกงสีดำ ผู้หญิงใส่ชุดสีดำสุภาพ ไม่ต้องหรูหราแต่ควรเรียบร้อย
ผมเคยเห็นแขกมางานศพด้วยชุดที่ไม่เหมาะสม ไม่ใช่เพราะตั้งใจแต่เพราะไม่รู้ บางคนมาด้วยเสื้อยืดสีแดงสด บางคนมาด้วยกางเกงยีนส์ขาด ถึงแม้เจ้าภาพจะไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็ควรให้เกียรติผู้เสียชีวิตและครอบครัวด้วยการแต่งกายให้เหมาะสม สีดำเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ถ้าไม่มีชุดดำก็ใช้สีเข้มอย่างกรมท่า น้ำตาลเข้ม หรือเทาเข้ม ก็ยังพอได้
มารยาทสำคัญที่ควรรู้
ผมเขียนเรื่องมารยาทงานศพไว้อย่างละเอียดแล้วในอีกบทความหนึ่ง แต่อยากสรุปสั้นๆ ไว้ตรงนี้ด้วย เวลาไปงานศพ ควรทักทายเจ้าภาพก่อน พูดแสดงความเสียใจสั้นๆ จริงใจ ไม่ต้องพูดยาว แค่ “ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ/คะ” ก็เพียงพอ จากนั้นวางดอกไม้จันทน์ กราบพระ แล้วนั่งร่วมฟังพระสวดจนจบ ถ้ามีเวลา
ถ้าจะส่งพวงหรีดไปแทนการไปด้วยตัวเอง ก็สามารถทำได้ เป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะถ้าอยู่ไกลหรือติดภารกิจ ที่ Aorest เราช่วยจัดส่งพวงหรีดพัดลมและพวงหรีดดอกไม้สดถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ พร้อมป้ายข้อความตามที่ต้องการ
หลังเสร็จพิธีงานศพ ต้องทำอะไรอีก
หลังจากวันฌาปนกิจเสร็จสิ้น ยังมีขั้นตอนอีกเล็กน้อย วันรุ่งขึ้นหลังเผา ญาติจะกลับมาที่วัดเพื่อเก็บอัฐิ ซึ่งเป็นกระดูกที่เหลือจากการเผา นำมาบรรจุในโกศหรือภาชนะที่เตรียมไว้ บางครอบครัวนำอัฐิไปบรรจุที่เจดีย์ในวัด บางครอบครัวนำกลับไปเก็บที่บ้าน บางครอบครัวนำไปลอยอังคารในแม่น้ำ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเชื่อและธรรมเนียมของแต่ละครอบครัว
นอกจากนั้นก็อาจมีพิธีทำบุญ 7 วัน 50 วัน หรือ 100 วัน ตามความสะดวกของครอบครัว ซึ่งเป็นพิธีขนาดเล็กกว่า มักจะจัดที่บ้านหรือที่วัด นิมนต์พระมาสวดและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพิธีงานศพ
งานศพสวดกี่คืนดี
จำนวนคืนที่สวดขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าภาพ ปัจจุบันนิยมสวด 3 คืน เพราะเหมาะกับวิถีชีวิตคนยุคปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นงานใหญ่หรือผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลสำคัญ อาจสวด 5 หรือ 7 คืน สิ่งสำคัญคือไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าสวดน้อยคืน เพราะจำนวนคืนไม่ได้สะท้อนถึงความรักที่มีให้ผู้จากไป
ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่สำหรับพิธีงานศพ
สำหรับงานศพขนาดกลาง สวด 3 คืน ควรเตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 100,000 – 200,000 บาท ครอบคลุมค่าวัด ค่าโลงศพ ค่าพระ ค่าอาหาร ค่าดอกไม้ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด แต่ถ้างบจำกัดก็สามารถจัดงานให้เรียบง่ายได้ด้วยงบประมาณ 50,000 – 80,000 บาท สิ่งสำคัญคือจัดตามกำลังของครอบครัว
แขกไปงานศพ ต้องใส่ซองเท่าไหร่
ไม่มีกฎตายตัวเรื่องจำนวนเงินในซอง ขึ้นอยู่กับความสนิทสนมและฐานะ ส่วนใหญ่จะใส่ตั้งแต่ 200 – 1,000 บาท ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานก็ 300 – 500 บาท ถ้าเป็นเพื่อนสนิทหรือญาติก็ 500 – 1,000 บาทขึ้นไป บางคนเลือกส่งพวงหรีดแทนซองก็ได้ พวงหรีดดอกไม้สดราคาเริ่มต้น 1,300 บาท พวงหรีดพัดลมเริ่มต้น 1,900 บาท
จัดงานศพที่บ้านได้ไหม
ได้ครับ จัดงานศพที่บ้านเป็นธรรมเนียมดั้งเดิมของไทย แม้ปัจจุบันจะนิยมจัดที่วัดมากกว่า แต่บางครอบครัวก็ยังเลือกจัดที่บ้าน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ข้อดีคือไม่ต้องเสียค่าเช่าศาลา แต่ต้องเตรียมสถานที่เอง ต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับตั้งโลง รับแขก และจัดอาหาร ส่วนเรื่องดอกไม้ Aorest จัดส่งได้ทั้งที่วัดและที่บ้าน
งานศพกับงานฌาปนกิจต่างกันไหม
งานศพกับงานฌาปนกิจเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเดียวกัน โดย “งานศพ” เป็นคำรวมที่หมายถึงทั้งกระบวนการตั้งแต่สวดพระอภิธรรมจนถึงเก็บอัฐิ ส่วน “ฌาปนกิจ” หมายถึงเฉพาะพิธีเผาศพ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของงานศพ ดังนั้นฌาปนกิจเป็นส่วนหนึ่งของงานศพ ไม่ใช่สิ่งเดียวกันทั้งหมด
Post Views: 94